• Seaweed Fertilizer
  • San-Liu

ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาราคา"ยางพารา"

"กรมส่งเสริมการเกษตร" เปิดให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราขึ้นทะเบียน 4-30 กันยายนนี้ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เพาะปลูกของตัวเองทั่วประเทศ เพื่อรับความช่วยเหลือตามมาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาราคายางพาราของรัฐบาล เป็นเงินสดค่าปัจจัยการผลิตอัตราไร่ละ 1,260 บาท เผยกำลังเร่งพิจารณาเสนอรัฐบาลอนุมัติการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 10 ไร่เป็น 25 ไร่ ตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร

     นางพรรพิมล ชัญญานุวัตร อ ธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคายางพาราที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2555 เป็นต้นมา อันเป็นผลมาจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแม้รัฐบาลจะพยายามช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยดำเนินมาตรการแทรกแซงชี้นำราคาภายในประเทศ แต่ด้วยกำลังการผลิตยางทั้งหมดภายในประเทศที่มีอยู่มาก ทำให้การแทรกแซงราคาดังกล่าวไม่สามารถพยุงราคายางในตลาดให้สูงขึ้นได้ ส่งผลให้มีการออกมาเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเรียกร้องให้มีการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว

     โดยในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบในปี 2557 ซึ่งได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น 2 ระยะ คือ

1.ระยะสั้นเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน กำหนดให้มีการช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยให้ความช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงินสดในอัตราไร่ละ 1,260 บาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเบื้องต้นจะสนับสนุนแก่เกษตรกรรายละไม่เกิน 10 ไร่ตามพื้นที่เปิดกรีดจริง โดยต้นยางมีอายุไม่เกิน 25 ปี และต้องเป็นเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิ์ทำกินในพื้นที่นั้นๆ เป้าหมายเกษตรกร 991,717 ราย พื้นที่เปิดกรีดจำนวน 8,971,790 ไร่ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556-พฤษภาคม 2557

2.ระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน แบ่งเป็น 2.1) ให้การสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพได้ใช้ประโยชน์จากโรงงานแปรรูปที่มีการสร้างไว้แล้ว หรือลงทุนจัดสร้างโรงงานใหม่ เพื่อให้มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางโดยสถาบันเกษตรกรเพิ่มขึ้น โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงิน 5,000 ล้านบาท จาก ธ.ก.ส. และ 2.2) จัดสรรสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนแก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตและการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต วงเงิน 15,000 ล้านบาท โดยมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ อาทิ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556-กันยายน 2558

     โดยการขึ้นทะเบียนมี 3 ขั้นตอน คือ 1.การเปิดรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ระหว่างวันที่ 4-30 กันยายน 2556 ซึ่งเบื้องต้นจะเปิดรับขึ้นทะเบียนทุกแปลง ทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่นอกเหนือเอกสารสิทธิ์ แต่การได้รับสิทธิ์ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 2.ขั้นตอนการตรวจสอบพื้นที่ดำเนินการภายใน 30 วันหลังรับคำร้องขอขึ้นทะเบียน โดยจะตรวจสอบพื้นที่ปลูกและพื้นที่เปิดกรีดยางพาราที่มีอยู่จริงทุกแปลง และ 3.การออกใบรับรองเกษตรกรภายใน 15 วันหลังผ่านการตรวจสอบพื้นที่ปลูก           ทั้งนี้ เกษตรกรจะต้องเดินทางมายืนยันหรือแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง โดยสถานที่รับขึ้นทะเบียน คือ 1.สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ตั้งแปลงปลูกสวนยางพาราของเกษตรกร2.สถานที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมายตามความเหมาะสม

     อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าประเด็นข้อเรียกร้องอื่นๆ ของเกษตรกร เบื้องต้นสรุปได้ดังนี้ 1.เห็นชอบรับข้อเสนอเรื่องการไม่ดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องแก้ไขปัญหาราคายางพาราที่ จ.นครศรีธรรมราช 2.คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2556 เรื่องงดการจัดเก็บเงินสงเคราะห์ หรือ เงิน Cess ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นเวลา 4 เดือน (นับจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา 2 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2556) และ 3.เห็นชอบรับข้อเสนอเรื่องการเพิ่มผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยางใน กนย.และ คณะกรรมการโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราฯ

ขอขอบคุณที่มาจาก : บ้านเมือง www.banmuang.co.th

วันที่โพส : วัน 14 กันยายน 2556 เวลา 16.03 น.