• Seaweed Fertilizer
  • San-Liu

ความรู้เกษตรกรไทยยุคใหม่

วัชพืชในสวนยางพารา

 ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำสวนยาง คือ การป้องกันกำจัดวัชพืชซึ่งต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงร้อยละ 23.8 ของต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดในการทำสวนยาง ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พื้นดินในสวนยางพาราเริ่มมีแสงแดดส่องถึง ไปจนถึงต้นยางอายุได้ 4-5 ปี ปัญหาหนึ่งที่สร้างความหนักใจให้กับชาวสวนยางพาราเกือบทุกคน ก็คือ วัชพืช หรือพืชที่เราไม่ต้องการ ซึ่งก็คือพวกหญ้าหลากหลายชนิด รวมถึงไม้พุ่มขนาดเล็ก วัชพืชส่วนมากจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากและเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของต้นยางพารา  และอาจเป็นที่อาศัยของโรคและแมลงศัตรูยาง อีกด้วย หากเราสามารถควบคุมวัชพืชได้ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงวันที่เปิดกรีด ชาวสวนยางก็จะได้ต้นยางที่มีความสมบูรณ์พร้อมให้ผลผลิตน้ำยางสูงนั่นเอง ในปัจจุบันชาวสวนยางนิยมใข้สารเคมีปราบวัชพืชเพิ่มมากขึ้น เพราะว่ามีปัญหาเรื่องแรงงานที่มีราคาสูงและหาได้ยาก การใช้สารเคมีปราบวัชพืชนั้นถ้าหากใช้ถูกวิธีแล้วจะได้รับผลดีกว่าการใช้แรงงานคนมากมายหลายประการ การใช้สารเคมีปราบโดยถูกวิธีจะได้รับผลสำเร็จที่แน่นอน และประหยัดกว่าด้วย การลงทุนในการปลูกสร้างสวนยางพันธุ์ดีนั้นชาวสวนยางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบำรุงรักษาสวนยางให้ได้มาตรฐาน เพื่อที่จะทำให้ต้นยางเจริญเติบโตสม่ำเสมอและสามารถกรีดเอาน้ำยางได้ในเวลา 5-6 ปีหลังจากการปลูก ชาวสวนยางเข้าใจปัญหาเรื่องวัชพืชที่ขึ้นรบกวนต้นยางที่ปลูกไว้เป็นอย่างดีว่าจำเป็นจะต้องกำจัดวัชพืชให้แก่ต้นยางโดยสม่ำเสมอ มิฉะนั้นแล้วต้นยางจะแคระแกรนอย่างเห็นได้ชัด การควบคุมหรือกำจัดวัชพืฃในสวนยางพาราโดยใช้สารเคมี ควรใช้เมือจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น ใฃ้กับสวนยางพาราที่มีชนาดใหญ่ ที่พื้นที่ปลูกมาก ไม่สามารถใช้การกำจัดวัชพืชแบบอื่นได้เสร็จทันตามฤดูกาล หรือสวนยางพาราที่ปลูกตามไหล่เขา ลาดชัน กำจัดวัชพืชด้วยสารเคมีเป็นวืธีที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง แต่ชาวสวนยางจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับชนิด, ขนาด, อายุของวัชพืช, อายุของต้นยางพารา, สภาพแวดล้อม, ชนิดและอัตราของสารเคมีที่ใช้ ตลอดจนวิธีใช้ที่ปลอดภัย
แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้สารเคมีที่ใช้ในการปราบวัชพืชที่จำหน่ายในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด ทำให้เป็นการยุ่งยากแก่ชาวสวนยางที่จะหาซื้อและนำมาใช้ให้ถูกต้องตามอัตราและสภาพของสวนยาง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเจ้าของสวนยางและผู้เกี่ยวข้องสามารถเลือกให้ได้อย่างเหมาะสม  ในที่นี้จะขอพูดถึงสารเคมีที่นิยมใช้กันในสวนยางพาราหรือใช้กันทั่วๆ ไปเพียง 2 ชนิด คือ
พาราควอท (27.6% SL)  เป็นสารเคมีปราบวัชพืชแบบสัมผัสตาย(ละอองยาถูกตรงไหน ก็จะตายเฉพาะตรงส่วนนั้น)   ใช้จำนวน 400 ซีซีต่อน้ำ  50 ลิตร หรือ 160 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร สำหรับกำจัดวัชพืชใบแคบและใบกว้างที่มีอายุน้อย  ระวังอย่าให้โดนส่วนยอดหรือส่วนที่เป็นสีเขียวของต้นยางหรือพืชปลูก
 

  • ไกลโฟเสท (48% SL) เป็นสารเคมีปราบวัชพืชแบบดูดซึม(ละอองยาถูกตรงไหนก็จะค่อย ๆ ซึมลงสู่ระบบรากและทำให้ตายทั้งต้น)  หากต้องการกำจัดหญ้าคา ใช้จำนวน 750-1,000 ซีซีต่อน้ำ  100 ลิตร หรือ 150-200 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร อัตราที่แนะนำขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของวัชพืช หากหนาแน่นน้อยก็เลือกใช้อัตราต่ำ  การผสมน้ำต้องใช้น้ำที่สะอาด(ไม่มีตะกอนดิน หรือน้ำขุ่น)เท่านั้น  การใช้เครื่องพ่นควรใช้เครื่องพ่นชนิดที่ทำจากอะลูมิเนียม, ทองเหลือง, ทองแดง, สแตนเลส หรือ พลาสติก เท่านั้น หากใช้กำจัดวัชพืชทั่วไป(ชนิดใบแคบเท่านั้น) ก็ให้ใช้เพียง 200 ซีซีต่อน้ำ  50 ลิตร หรือ 80 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร

 
เว็บอ้างอิง
http://www.live-rubber.com/index.php/para-rubber-articles/47-weed-control-in-rubber-plantation/6-weed-control-in-rubber-plantation
http://www.rubberthai.com/Songkhla/interest/in12.htm
http://www.yangpara.com/2550/article/view.php?No=5&ArticleType=


 

วันที่โพส : วัน 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 12.32 น.